วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา(กลุ่มที่7,8,9,10,11)

                                           สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 7

การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ

การคิดหมายถึงการคิดเป็นกระบวนการของสมองในการประมวลข้อมูลความรู้ไปสู่การอธิบาย การประยุกต์ การขยายและการสร้างใหม่

ทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย

การคิดสำหรับเด็กปฐมวัยใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดในขณะทำกิจกรรมหรือการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ สังกต และเปรียบเทียบ

ความสำคัญของการคิด

1.การคิดช่วยให้เด็กปฐมวัยได้รู้จักการได้แก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล

2.การคิดเกิดขึ้นได้ขณะที่เด็กฝึกทักษะ

3.การคิดช่วยให้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง

4.การคิดช่วยให้เด็กมีโอกาศหาคำตอบในการแก้ปัญหา

กิจกรรมสร้างเสริมการคิดของเด็กปฐมวัย

กิจกรรมการเล่นการเล่นเป็นวิธีการเรียนรู้ที่สำคัญในชีวิตเด็กช่วยสร้างเสริมความสามารถในการคิดการสื่อสาร กิจกรรมศิลปะกิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมที่เด็กมีโอกาศได้แสดงออกด้านความคิดความรู้สึกกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเด็กวัยนี้มีพลังมากไม่ชอบอยู่นิ่งต้องการออกกำลังกายกิจกรรมเคลื่อนไหวกิจกรรมคณิตศาสตร์ครูควรส่งเสริมให้เด็กได้สำรวจให้เหตุผลและคิดแก้ปัญหาเด็กจำเป็นต้อง สร้างความเข้าใจทางคณิตศาสตร์

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม



สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 8

การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ

การนําเสนอเทคนิควิธีและ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

ลักษณะพัฒนาการทางสติปัญญา

เด็กปฐมวัยชอบพูดชอบแสดงความคิดเห็น ซอบซักถาม และแก้ปัญหา ดังนั้นสั่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญที่จะยั่วยุให้เด็กมีพัฒนาการทางสตัปัญญาความคิดความสามารถที่เกี่ยวกับสติปัญญาของเด็กปฐมวัยที่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรม ได้แก่ สามารถจำสั่งของต่าง ฯและเรียกชื่อได้ถูกต้องเช่น สั่งของที่อยู่ใกล้ตัว ผงไม้สัตว์ที่รู้จักของใช้ต่าง ฯเป็นต้นมาสามารถจำแนกความเหมือน ความแตกต่างของสั่งต่างได้สามารถเรียงลำดับสั่งต่างๆได้เราสามารถดูพัฒนาการของสติปัญญาได้โดยวิธีสังเกต พฤติกรรม องค์ประกอบที่จะทำให้เราสามารถสังเกตพฤติกรรมเด็กเพื่อดูพัฒนาการทางสติปัญญา 

เทคนิควิธีที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา : ความคิดสร้างสรรค์

วิธีการที่เหมาะสมและนิยมใช้ในการประเมินเด็กปฐมวัยมีด้วยกันหลายวิธี ดังต่อไปนี้ การประเมินพัฒนาการทางค้านสติปัญญา สามารถประเมินได้ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

1.การสังเกตและจดบันทึกเนื่องจากพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็กเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและ เห็นได้ชัด การสังเกตและบันทึกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเด็กเพื่อให้ทราบการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้านความคิดการใช้เหตุผลและภาษาของเด็ก ตัวอย่างเช่นการจดบันทึกเหตุการณ์คําพูด พฤติกรรมของเด็กโดยมีขั้นตอนในการจดบันทึก 3 ขั้นตอน ดังนี้

1.ขั้นตอนแรก เป็นการบันทึกเหตุการณ์หรือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

2.ขั้นตอนที่สอง เป็นการบันทึกความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตน

3.ขั้นตอนสุดท้าย เป็นการตีความและแปลความหมาย รวมถึงการสรุปพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็ก

2. การสัมภาษณ์พูดคุยสนทนากับเด็ก การสัมภาษณ์พูดคุยกับเด็กวัยต่าง ๆ กันช่วยให้ครูเข้าใจกระบวนการคิดของเด็กมากขึ้นว่ากระบวนการคิดของเด็ก พัฒนาอย่างไร รวมถึงการสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ปกครองเกี่ยวกับการพัฒนาต่างๆ ของเด็กในขณะที่อยู่บ้านด้วย

3. การถามคําถามวิธีการถามคําถามเด็กมีหลายวิธีด้วยกัน ทั้งการใช้คําถาม ทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้เด็ก ได้แสดงออกเกี่ยวกับตัวเองในการถามคําถามเด็ก ครูควรตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กกิจกรรมที่นําไปสู่คําถามและรูปแบบคําถามที่ครูใช้

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม


สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 9

การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ทักษะทางภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน)การรู้หนังสือขั้นต้น ของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการประเมินเด็ก อย่างรอบด้านเป็นระบบ ครอบคลุมพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตามสภาพจริง จากผู้ปฏิบัติในกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเป็นการประเมินเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินเด็กปฐมวัยจึงมีความแตกต่างจากการประเมินเด็กในระดับอื่นที่สูงขึ้น เนื่องจากเด็กปฐมวัยมีธรรมชาติการเรียนรู้ต่างจากเด็กวัยอื่นการประเมินตามสภาพจริงจึงเป็นการประเมินสมสำหรับเด็กปฐมวัย โดยครูจะต้องตรวจสอบ และประเมินอย่างระมัดระวัง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และเหมาะสมกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยจึงจำเป็นต้องเข้าใจการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยต่อไป

แนวทางการประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง

1.สร้างเครื่องมือการประเมินที่เหมาะสมกับธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษาของเด็ก

2.กำหนดเครื่องมือในการประเมินที่หลากหลายการประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยคือการสังเกตการณ์สนทนากับเด็กและบันทึกอย่างเป็นระบบวิธี

3.บูรณาการการสอนกับการประเมิน คือ ครูต้องทบทวนว่าจะประเมินพัฒนาการทาง

ภาหาในตัวบ่งชี้ใโดยเลือกใช้เครื่องมือประเมินชนิดใดในช่วงเวลาใดในกิจกรรม

ประจำวันที่จัดขึ้นการวางแผนการประเมินที่เหมาะสม

4.เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็กในการประเมินพัฒนาการทางภาษาครูควรบันทึกสิ่ง

ที่เด็กสามารถทำได้เพื่อเป็นการประเมินความก้าวหน้าของเด็กไม่ควรมุ่งสังเกตสิ่งที่เด็กยังไม่สามารถทำได้การทราบสิ่งที่เด็กสามารถทำได้

5.ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลผลิตขณะที่เด็กร่วมกิจกรรมทางภาษา ครูควรให้ความสนใจกับกระบนการในการใช้ภาหาของเด็ก เช่น ขณะที่เด็กกำลังลงชื่อมา

วิธีการและเครื่องมือการประเมินภาษาและการรู้หนังสือสำหรับเด็กปฐมวัย

เก็บรวบรวมข้อมูลควบคู่กับการจัดประสบการณ์โดยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่

เกี่ยวกับ พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กมีดังนี้

1. การสังเกตและบันทึกพฤติกรรมหรือคำพูดของเด็กครูควรใช้เวลาในการ

สังเกตและเฝ้าดูเด็กเพื่อให้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่นความต้องการความสนใจ

และต้องการความ ช่วยเหลือในเรื่องใด

2. การสนทนากับเด็กครูสามารถใช้การสนทนากับเด็กได้ทั้งแบบรายบุคคล และเป็นกลุ่มตัวอย่างสอดคล้องกับกิจวัตรประจํา วันเพื่อประเมินความสามารถในการแสดงความคิดเห็น พัฒนาการด้านการใช้ภาษาฯลฯ เช่น เมื่อครู

เล่านิทานให้เด็กฟังครูอาจถามคําถามให้เด็กแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังเพื่อให้รู้ความคิดของเด็กทั้งนี้ผู้ควรจดบันทึกคํา พูดของเด็กไว้เพื่อการวิเคราะห์

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม


สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 10

การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ทักษะพื้นฐานความสามารถด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

การนํา เสนอเทคนิควิธีและ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

ความรู้ที่ได้รับ

ประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลักการและการประเมินการนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

ความหมายของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์คือความรู้เบื้องต้นที่เด็กควรจะได้รับรู้และมีประสบการณ์และได้รับการฝึกฝนในเรื่องของการสังเกต

ความสำคัญของความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

คณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของทุกคนดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงควรได้รับการส่งเสริมและเรียนรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากประสบการณ์ชีวิตประจำวันที่เรียนจากสิ่งง่ายไปยาก

แนวทางส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

ในการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ ได้มีผู้กล่าวถึงหลักในการส่งเสริมดังนี้คือ

1.เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรงจากจริงจะต้องหาอุปกรณ์ซึ่งเป็นจริงให้มากที่สุด

1.1ขั้นใช้ของจริงเมื่อจะให้เด็กนับหรือเปรียบเทียบเช่น ผลไม้ ดินสอ

1.2ขั้นรูปภาพแทนของจริง

2.เริ่มจากสิ่งง่ายๆใกล้ตัวเด็กจากง่ายไปหายาก

3.สร้างความเข้าใจและรู้ความหมายมากกว่าการให้จำโดยให้เด็กค้นคว้าเอง

4.ฝึกให้คิดจากปัญหาในชีวิตประจำวันของเด็ก

5.จัดกิจกรรมให้เด็กเกิดความสนุกสนานและได้รับความรู้ไปด้วย

6.เด็กปฐมวัยควรจะทราบว่าสิ่งต่างๆนั้นย่อมมีความเหมือนและต่างกันในเรื่องสี ขนาด

7.เด็กปฐมวัยควรจะเข้าใจใหญ่ตรงข้ามกับเล็ก  

พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยตามลำดับขั้นแนวคิดของเพียเจต์ดังนี้

1.ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหวพัฒนาการขั้นนี้อยู่ในช่วงเด็กแรกเกิดถึงอายุ2ปีเด็กเรียนรู้จากการลองผิดลองถูกโดยเริ่มจากการตอบรับผลสะท้อนและปรับเปลี่ยนเด็กให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม

2.ขั้นก่อนปฎิบัติการคิดพัฒนาการขั้นนี้อยู่ในช่วงอายุ2-7ปี โดยที่เมื่อเด็กอายุ2-4ปีเด็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลางมีขีดจำกัดในการรับรู้สามารถเข้าใจในมิติเดียว

เพียเจต์จัดลำดับความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยตามระดับพัฒนาการดังนี้

1.การจัดหมวดหมู่

2.การเรียงลำดับ

3.มิติสัมพันธ์

4.ความสัมพันธ์เกี่ยวกับเวลา

5.การอนุรักษ์หรือการคงที่ด้านปริมาณ

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม




สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 11
การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา :ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
ความรู้ที่ได้รับ
ประโยชน์จากการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช่วยให้เกิดความรู้ ความเข้าใจสามารถแก้ปัญหาได้และสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ความสามารถเหล่านี้สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นกับเด็กปฐมวัยด้วยการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางปัญญา
ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม



สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 12

การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :พหุปัญญา ของเด็กปฐมวัย

ความหมายพหุปัญญา

พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของคนที่แสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะคันหาแก้ปัญหาและสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมโดยสมองแต่ละส่วนโดย

แต่ละคนจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน เด่นในบ้างด้น และด้อยในบางด้านสิ่งแวดล้อมและการอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมให้พัฒนาความสามารถทางสติปัญญาในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและ

สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเภทของพหุปัญญา

ความสามารถทางพหุปัญญา (Multiple Intelligence) หมายถึง ความสามารถทางเชาว์ปัญญาของแต่ ละบุคคลที่แสดงออกมา รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความผสมผสานกันระหว่าง พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยในแต่ละด้านนั้นสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพHoward Gardner (1983 อ้างถึงใน อารี สัณฉวี,2535 ได้จำแนกความสามารถทางเชาว์ปัญญาไว้ 7 ด้านและภายหลังได้เพิ่มอีก 2

1.ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence) คือ ผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาที่สูงเช่นนักหนังสือพิมพ์นักเล่านิทานกวีนักกฎหมายบุคคลที่เก่งทางด้านนี้จะใช้คำพูดในการให้ความบันเทิงการโต้เยงการสั่งสอนปัญญาด้านนี้ยังรวมถึงความสามารถในด้านการกระทำ

หลักการประเมินพัฒนาการด้วนบหูปัญญาตลอดเวลาที่ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต้องมีการประเมินผลตาม

ถานการณ์จริงโดยประเมินตลอดการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน โดยบันทึกผลการสอน ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะไว้หลังแผนการจัดการเรียนรู้ และประเมินผลผู้เรียนโดยเตรียมการล่วงหน้าว่าจะประเมินอะไรประเมินอย่างไรประเมินเมื่อใด ประเมินใคร และประเมินโดยใคร การประเมินจะประเมินตลอดเวลาที่จัดกิจกรรม 

1. การสังเกตพฤติกรรมเด็ก

การสังเกตอาจเกิดขึ้นเป็นกิจวัตประจำวันอย่างไม่เป็นทางการ หรืออาจมีการสังเกตอย่างเป็นทางการหรืออย่างเป็นระบบ การสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบเกิดขึ้นสภาพจริงการจัดชั้นเรียนหนึ่งๆองค์ประกอบของการบันทึกการสังเกตพฤติกรรม

1.การบรรยายเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น คือการบรรยายเหตุการณ์หรือ

สถานการณ์ที่กำลังดำเนินการอยู่อย่างตรงไปตรงมาให้มากที่สุด

2.ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตน

3.การตีความ แปลความตลอดถึงการสรุปพฤติกรรมการเรียนรู้จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกตหลักในการบันทึกการสังเกตเรียนรู้

2. การใช้แบบทดสอบ (Test)

การใช้แบบทดสอบเป็นการทดสอบเพื่อต้องการทราบความรู้สึกของเด็กปฐมวัยโดยการสร้างสถานการณ์ (รูปภาพ มาถาม แล้วให้เด็กตอบโดยเลือกรูปที่แสดงอารมณ์ต่างๆ กันทั้งนี้เพื่อประเมินความรู้สึกนิกคิดของเด็กที่มีต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น แบบทดสอบประเมินพัฒนาการด้านภาษา แบบทดสอบประเมินพัฒนาการด้นสติปัญญาแบบทดสอบประเมินด้านการสังคมแบบทดสอบทักษะพื้นฐาน ทางคณิตศาสตร์

3. แบบสำรวจรายการ (checkeist)

เป็นเครื่องมือที่ใช้ประกอบการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติตามรายการที่แสดงไว้นี้รายการที่กำหนดไว้ในแบบสังเกตนี้จะต้องแสดงถึงรายละเอียดของสิ่งที่จะเป็นรูปธรรมและมักจะใช้ในการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติที่แสดงถึงพฤติกรรมที่ต้องการหรือคุณลักษณะของผู้เรียนในประเด็นที่กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ เช่น พฤติกรรมด้านความ

รับผิดชอบต่อตนเอง ในรายการของแบบบันทึกจะต้องแสดงถึงพฤติกรรมของความรับผิดชอบที่เป็นรูปธรรมและครอบคลุมความหมายตามที่นิยามไว้อย่างครบล้วน และต้องอยู่ในขอบเขตของความสามารถตามวัยของผู้เรียนแบบตรวจสอบรายการที่นำมาใช้ในการประเมิน ได้แก่แบบสังเกต พฤติกรรมที่แสดงคุณลักษณะต่างๆ ของผู้เรียน แบบวัดความรู้สึกของผู้เรียนต่อสถานการณ์ต่าง ๆ และแบบประเมินทักษะการปฏิบัติสิ่งต่าง เช่นกัน

4. การเขียนบันทึก (Journae)

เป็นการบันทึกปรสบการณ์เกิดขึ้นในชั้นเรียน ในบางครั้งการเขียนเน้นเฉพาะเด็กที่ต้องการศึกษา หรือเฉพาะศูนย์การเรียนหนึ่งๆการบันทึกประกอบด้วยเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับเด็ก

2. การเขียนบันทึกจะไม่เป็นทางการเท่ากับการสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ ใน

3. การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ ในการบันทึกประกอบด้วยเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับเด็กในชั้เรียน

4. บันทึกความรู้สึก ความคิดเห็นได้

5. เป็นการสะท้อนความคิด วิเคราะห์ เหตุการณ์ การกระทำต่าง ๆ ของตนเอง

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม (กลุ่มที่4)

  1.การ์ดเชิญชวน 2.กำหนดการการนำเสนองาน 3.ชุดใบความรู้ประกอบการนำเสนอ                             (ใบความรู้ลักษณะพื้นฐานของอารมณ์) ใบความรู...